ฝากความดีกับธนาคารจิตอาสา

เพราะงานกิจกรรมจิตอาสาคือกระบวนการกระตุ้นให้คนเกิดการเรียนรู้ จึงอยากให้เหล่าจิตอาสา ตลอดจนอยากให้องค์กรหรือหน่วยงานที่จัดกิจกรรม ได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า “จิตอาสา” ที่แท้จริง มีความเข้าใจในกระบวนการการเรียนรู้ด้วยว่า จิตอาสาไม่ใช่แรงงานฟรี แต่เป็นกลุ่มคนที่มุ่งหวังจะสร้างประโยชน์สุขเพื่อสังคม ไปพร้อมๆ กับการได้ฝึกฝนพัฒนาการเรียนรู้คุณค่าในตนเอง

คือแนวคิดที่จะพัฒนาคนสร้างสุขของกลุ่มธนาคารจิตอาสา ธนาคารที่ไม่รับฝากเงิน แต่รับฝากเป็นเวลาแห่งการทำดี ครั้งนี้มาเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในงานวัดลอยฟ้าญาณสังวร 101 จิตตนครเดอะฮิดเด้นแคปปิตัล เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแผ่พระคำสอนทรงคุณค่าของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชฯ

ธีระพล เต็มอุดม หัวหน้าโครงการธนาคารจิตอาสา เล่าถึงที่มาของการเกิดเป็นธนาคารจิตอาสาไว้ว่า ตัวธนาคารมีหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างคนทำงานจิตอาสากับองค์กรที่ต้องการหาแรงงานอาสา ให้ได้มาพบปะและร่วมกิจกรรม ส่วนเหตุผลที่ใช้ชื่อว่าธนาคาร เพราะทางกลุ่มได้ใช้กลยุทธ์ของการเปิดรับฝากเวลา ในการช่วยเหลือสังคมจากผู้มีจิตอาสา ให้ได้เข้ามาลงทะเบียนฝากเวลาทำความดีเพื่อสังคมผ่านเว็บไซต์

ผมและอาจารย์พิเศษท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงลูกศิษย์อีก 3 คนได้รวมตัวกันหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งขณะนั้นเกิดงานจิตอาสาจำนวนมาก ก็คิดกันไปว่าไม่อยากให้กิจกรรมจิตอาสานั้นหมดไปพร้อมภัยพิบัติ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่างานจิตอาสาได้ช่วยพัฒนาคน จึงเป็นที่มาของการขอทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมทั้งได้คุยกับพันธมิตรรอบด้าน เกิดเป็นพื้นที่รับสมัครคนทำงานจิตอาสาให้ต่อเนื่องและเข้าใจในรูปแบบเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนที่อยากทำงานจิตอาสาได้เข้ามาสละชั่วโมงมาทำประโยชน์เพื่อสังคม ขณะเดียวกันด้านหน่วยงานเราก็คัดเลือกเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอที่มีการทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่องก่อน เพื่อคัดให้เกิดคุณภาพการเรียนรู้ตัวเองจริงๆ” หัวหน้าโครงการธนาคารจิตอาสาระบุ

ถึงวันนี้กว่า 1 ปีที่ธนาคารจิตอาสาเริ่มเปิดทำการ มีผู้มาใช้บริการฝากชั่วโมงจิตอาสาไว้แล้วกว่า 600,000 ชั่วโมง พร้อมดำเนินกิจกรรมจิตอาสาไปแล้วกว่า 370 งานจากบรรดาจิตอาสาทุกเพศทุกวัยกว่า 10,100 คน ซึ่งมีตั้งแต่วัย 7 ขวบไปจนถึงวัยเกษียณอายุราชการ

เพ็ญจุรี วีระธนาบุตร ฝ่ายอาสาสัมพันธ์ธนาคารจิตอาสา บอกอย่างภาคภูมิใจว่า ที่ผ่านมานั้นมีแต่ตัวเลขเด็กไทยอ่านหนังสือวันละแปดคำหรือคะแนนโอเน็ตเด็กไทยสุดต่ำ แต่ตัวเลขในข้างต้นน่าจะเป็นอะไรที่ดีต่อสังคมไม่น้อย เพราะได้ทำให้คนทั่วไปได้เรียนรู้จักคำว่า “น้ำใจ” และยังทำให้เกิดกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ที่ตระหนักถึงความเป็นส่วนรวมเพิ่มมากขึ้นอีก อย่างไรก็ดี ทิศทางของกิจกรรมอาสานั้นมีบริบทของสังคมเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ทุกกิจกรรมเรายืนพื้นให้เกิดการพัฒนาทั้งภายในและภายนอกแบบคู่ขนาน เช่น ถ้าเกิดภัยพิบัติทิศทางของงานช่วยเหลือสังคมก็จะเป็นการพัฒนาภายนอกก่อน อย่างช่วยน้ำท่วมบริจาคของ แต่ถ้าเป็นในปัจจุบันที่สภาพสังคมมีภาวะตึงเครียดจากหลายๆ ปัจจัยแนวโน้มจึงเป็นการพัฒนาภายใน เช่น การปฎิบัติการฝึกจิต การทำกิจกรรมรับฟังกัน เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลกัน และยังสามารถทำกันได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่หนักหรือเบาเกินไป สามารถเลือกกันได้ตามความชอบและศักยภาพ

หนึ่งจิตอาสาขอบอกต่อประสบการณ์ สุทธิดา สุจริตศรีชัยกุล หรือเบ็ตตี้ น้องใหม่คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หลังจากชิมลางจิตอาสาเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยกิจกรรมการรับฟังผู้อื่น รูปแบบที่ดูง่ายแต่เข้าใจถึงความหมายของงานอาสาได้ถึงแก่นจวบวันนี้ เบ็ตตี้ฝากเวลาแห่งการทำดีไว้ได้ 21 ชั่วโมงแล้ว

จากมุมมองของเราต่องานอาสาคือ การสร้างโรงเรียนออกค่ายถือกล่องรับบริจาค โดยที่ไม่ได้คิดว่าจริงๆ แล้วแค่การทำอะไรเพื่อคนอื่น มันก็เป็นจิตอาสาอย่างกิจกรรมที่มารับฟังผู้อื่นก็ทำให้คนๆ หนึ่งที่เขามีอะไรในใจได้พูดได้ระบาย แล้วเขาได้รู้สึกดีที่มีคนตั้งใจฟังเขาจริงๆ มันก็ทำให้เราและผู้มาใช้บริการได้อิ่มใจ แค่นี้ก็เป็นการช่วยเหลือคนอื่น คิดว่าจริงๆ แล้วหนูสามารถทำงานอาสาได้ตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ เพราะหนูเข้าใจความหมายของจิตอาสามากขึ้นแล้วผ่านกิจกรรมนี้ แถมยังได้ฝึกการเข้าสังคมการพูดคุยกับคนอื่น มันได้อะไรมากกว่าที่เราคิดแต่จะมาสนุกค่ะสุทธิดาเผยความในใจต่องานจิตอาสา

ปิดท้ายที่ ธนฤต วีระดีตานนท์ จิตอาสาอิสระอดีตกราฟิกดีไซน์บริษัทเอกชน บำเพ็ญประโยชน์ไปแล้วกว่า 400 ชั่วโมงจาก 30 กว่ากิจกรรม เขาบอกว่างานจิตอาสาเป็นงานที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด มากกว่าการได้ให้คือการได้รับได้เรียนรู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่น ในรูปแบบที่เลือกได้อย่างไม่ลำบากเกินไปและยังค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงนั้นคือการเป็นทั้งผู้ให้ผู้รับด้วย

ตอนเด็กบ้านผมอยู่ใกล้วัดก็จะไปช่วยงานที่วัดอยู่สม่ำเสมอ พอโตมาทำงานในเมืองก็เป็นเวลาออฟฟิศและยังต่อด้วยการทำโอทีก็จะไม่มีเวลาไปทำงานเพื่อสังคม ผมจึงลองค้นหาดูกิจกรรมที่ทำง่ายๆ ในกรุงเทพฯแล้วก็เจอเว็บธนาคารจิตอาสา จึงลองเข้ามาร่วม ซึ่งก็ได้พบว่ายังมีอีกหลายกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องไปต่างจังหวัดหรือใช้เวลาเยอะๆ แต่ได้คุณค่าเหมือนกันเช่นการสอนไอแพดผู้สูงวัย ถักไหมพรมให้คนภาคเหนือ และอื่นๆ อีกหลากหลาย ทำให้ผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งเล็กให้ผู้อื่นได้เหมือนกัน ไม่ต้องไปมองการใหญ่ก็แบ่งปันให้ได้แถมความสุขใจที่ได้รับกลับมามากยิ่งกว่าที่ได้ให้เขาอีกด้วยซ้ำ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาแบบถึงแก่นแท้กับธนาคารจิตอาสา สามารถคลิกเพื่อสอบถามข้อมูลและลงทะเบียนกันได้ที่ http://www.JitArsaBank.com หรือพูดคุยกันได้ที่ facebook.com/JitArsaBank ค่ะ

————————————————-

บทสัมภาษณ์ใน หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ Online

(อ้างอิง : http://www.thaipost.net/x-cite/100414/88792)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s