จับ (ใจ) “ปูทะเลย์” ที่ มาบเอื้อง

เขียนโดย : ฤตี จุลกะเศียน (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

เมื่อต้นปี ๒๕๕๗ นี้ ฉันสมัครไปเป็น“ครูอาสาวิชาชีวิต” รุ่นที่ ๓ ที่โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หนึ่งในกิจวัตรของการเป็นครูอาสา คือ การเป็น “เด็กวัด” เดินตามพระไปบิณฑบาตรตอนเช้า หรือจะเลือกการลงแปลงผักกับเด็กปูก็ได้

528b70681f5abIMAG0780

หลังเดินตามพระได้ ๒ วัน กลับถึงบ้าน ฉันรู้สึกตึงที่หน้าขาทั้ง ๒ ข้าง ทำให้ต้องเดินโขยกเขยกลงบันไดบ้าน น้องชายที่นั่งอยู่ชั้นล่างเงยหน้าขึ้นมาเห็น เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ไปเป็นครูอาสา สอนวิชาอะไรพี่”

ฉันอึ้ง ทบทวนคำถามพลางนึกย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ครูอาสา ถูกเด็กปูสอนวิชาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความประทับใจแรกพบของการช่วยกันจัดพิธีไหว้ครู เพื่อให้ครูประจำประหลาดใจ, ชั่วโมงของการทำความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่างครูอาสาและเด็กปู ด้วยการพาครูเดินชมฐานต่างๆ ภายในมาบเอื้อง ผ่านลำธารเล็กๆ ที่เด็กปูคนหนึ่งไต่ลงไปยกลอบขึ้น ครูอาสาเงยหน้าขึ้นไปเห็นป้าย จึงอ่านออกเสียงว่า “เขตอภัยทาน ห้ามจับสัตว์น้ำ” เด็กหญิงวัยไม่เกิน ๗ ขวบเอ่ยออกมาว่า “ปลาไม่ใช่สัตว์ค่ะ” เห็นครูอาสายังทำหน้าสงสัย เธอเลยขยายต่อว่า “ปลาเป็นอาหาร!!!”

52b6fde634ba116468

การเอาตัวและครูอาสารอดของเด็กปูเมื่อถูก “ปล่อยเกาะ” โดยแบ่งครูและเด็กเป็น ๒ ทีม แข่งกันหาวัตถุดิบ เช่น ผักสวนครัว เห็ดในโรงเรือน ปลาในบ่อ นำมาประกอบเป็นอาหารค่ำเพื่อยังชีพสำหรับคนประมาณ ๑๕ คน

การเดินตามพระบิณฑบาตรที่ครูอาสาจะกลับก็ไม่ได้ มีเพียงต้องเดินย่ำไปตามเส้นทางพระ ที่เป็นถนนปูนบ้าง ทางลูกรังบ้าง…ด้วยเท้าเปล่าเช่นเดียวกับพระ

การตื่นแต่เช้ามืดของเด็กปูและครูประจำประมาณตี ๕ หลังเสร็จกิจวัตรในห้องน้ำ เพื่อสวดมนต์ ทำสมาธิ ก่อนออกกำลังกายช่วงเช้า ที่ไม่มีครูอาสาสักคนตื่นทัน

อดที่จะยิ้มกับตัวเองไม่ได้ แล้วตอบน้องชายกลับไปว่า “สอนวิชาชีวิต” ก่อนที่จะสรุปตบท้ายว่า “….ที่จริงแล้ว เด็กๆ กลับเป็นผู้สอนพี่มากกว่านะ” เพราะประสบการณ์ครูอาสาวิชาชีวิตที่ได้กลับมามีค่าในความทรงจำมาก

51791848ce4c7301963_10151492598169504_2138198731_n

ฉันรู้จัก โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ครั้งแรก ประมาณปลายปี ๒๕๕๖ จากเว็บไซต์ของ ธนาคารจิตอาสา ที่แชร์ภารกิจจิตอาสารับสมัคร ครูอาสาวิชาชีวิต ณ ปูทะเลย์มหาวิชชาลัยมาบเอื้อง

ด้วยความที่เป็นลูก “ครู” แต่กำเนิด ทำให้ฉันสนใจสมัครภารกิจนี้ แต่เพราะเคยเป็นแค่ “ศิษย์” ไม่คิดจะได้เป็น “ครู” สอนใคร แล้วฉันจะเอาวิชาอะไรไปสอน คำตอบนั้นมีให้อยู่แล้วในรายละเอียดงานอาสาที่ว่า ครูอาสาจะสอนวิชาอะไร

52b6fce946f3fS__15253513

คำตอบคือ “สอนวิชาชีวิต” โดยการร่วมกิน นอน แบ่งปันประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านโลกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการได้ทำสิ่งที่ชอบ หรือความทุกข์ยากลำบากและอุปสรรคจากปัญหาที่ได้ประสบมา ใช้ชีวิตเป็นพี่เลี้ยง เป็นเพื่อนเด็กๆ นักเรียน ซึ่งอยู่ในช่วงชั้น ป.๔-ม.๒ มีทั้งชายและหญิง จำนวน ๑๑ คน เป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ซึ่งที่พักสำหรับครูอาสานั้น เรียบ ง่าย จะเลือกนอนกับเด็กปู ซึ่งแยกนอนหญิง-ชาย หรือจะหอบที่นอน หมอน ผ้าห่ม ไปนอนในบ้านดินก็ได้

นั่นจึงเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ฉันได้รู้จัก ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

อาจารย์ยักษ์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เป็นผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยรับราชการใกล้ชิดพระองค์ท่านในหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรี กว่า ๑๖ ปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพ ที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแรงบันดาลใจจากแนวคิด “ทฤษฏีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงมาประยุกต์ให้ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดอย่างพอเพียงได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตก หันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมา เพื่อเน้นการทำการเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย

1005233_566211603436434_1881694066_n

โดยการดำเนินงานครั้งแรกเริ่มที่ อาจารย์ยักษ์ลงมือทำเอง จากการผลิตเอ็นไซม์สมุนไพรธรรมชาติใช้กันเองในนาข้าว พืชชนิดอื่นๆ ทั้งพืชผักและไม้ผล รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย โดยทำการทดลองที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนำประสบการณ์ที่ปฏิบัติจริงไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกรกว่า ๕๐ จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ

สำหรับ โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย พระ และ ครู กู้แผ่นดิน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๑ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑๘ (ชลบุรี-ระยอง) ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ใน “พระมหาชนก” ว่า ถ้าหากจะฟื้นฟูต้นมะม่วงจะต้องตั้งปูทะเลย์มหาวิชชาลัย มีเป้าหมายหลักสำหรับนักเรียน ๔ ประการ คือ

๑. เป็นคนดีมีระเบียบวินัย
๒. สามารถพึ่งตนเองได้
๓. เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
๔. กตัญญูกตเวที

528b6e3789e87IMAG0763

โดย อาจารย์ยักษ์ ได้นิมนต์ หลวงพ่อสังคม ธนปัญโญ รองเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการก่อตั้งโรงเรียนและจัดการศึกษา ศูนย์การเรียนวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มาร่วมก่อตั้ง โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนและเยาวชน ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริงตามศาสตร์พระราชา

—————————————————————

ที่มาข้อมูลประกอบการเขียน :
http://www.agrinature.or.th/
http://pootalaewishshalai.wordpress.com/
http://www.jitarsabank.com/event/view/589
http://watdoiphasom.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s