‘เสน่ห์’ ของงาน ‘จิตอาสา’

ปกติคนทำอาชีพ แพทย์ มักไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องทำทั้งงานหลวงและคลินิกส่วนตัว  

แต่ พญ.ช่อทิพย์ นาถสุภา พัฒนะศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บุตรีของ “ศ.ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา” กลับจัดสรรเวลามาทำงานจิตอาสา และมีความสุขกับการแปลหนังสือ เป็นล่าม หรือช่วยงานกิจกรรมอื่นๆ ให้แก่หมู่บ้านพลัม

เริ่มงานจิตอาสาด้วยการเป็นล่าม ในคราวที่หมู่บ้านพลัมจัดงานภาวนา และ “หลวงปู่ติช นัท ฮันห์” มาประเทศไทย เมื่อสามปีก่อนคุณหมอเล่าว่าตอนอยู่ชั้นมัธยม ชอบเรียนภาษา อยากเป็นนักแปล ซึ่งความชอบนั้นก็ยังอยู่ สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 1 ยังไปนั่งเรียนวิชาวรรณกรรมในคณะอักษรศาสตร์

“การไปทำหน้าที่เป็นล่ามในงานภาวนา มีความสุขมากเลย สุขที่ได้ไปช่วย และได้ทำสิ่งที่เรารัก ซึ่งปกติไม่มีโอกาสได้ทำ… อีกเรื่องที่ทำให้มีความสุข-หมู่บ้านพลัมพูดถึงสิ่งแวดล้อมเยอะ คิดว่าดีจัง ที่ได้ทำอะไรแบบนี้”

คุณหมอช่อทิพย์ เล่าถึงประสบการณ์ดังกล่าวไว้ในการเสวนาเรื่อง พลังจิตอาสา พลังพลเมือง พลังประเทศไทย จัดโดย แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา

 

แบ่งเวลาอย่างไร?

คุณหมอตอบว่าหากมีใจรักก็ทำได้ “การทำงานอาสาเป็นส่วนหนึ่งทำให้ชีวิตเต็มขึ้น มีความสุขขึ้น เราทำงานปกติให้ดีด้วย และมีความสุขกับมิติอื่นของชีวิต ไม่งั้นจะมีแต่งานประจำอย่างเดียว” 

“เมื่อเรามีความสุขที่จะทำ ก็หาเวลามาทำได้เอง การไปอยู่กับพลัมก็ช่วยได้ เมื่อก่อนทุกข์ เรื่องงานเยอะมาก เหตุที่เยอะเพราะอยากทำให้ได้ดีทุกอย่าง และปฏิเสธไม่เป็น พออยู่กับพลัม สิ่งหนึ่งที่ถูกสอนคือ ให้รู้ว่าเรามีข้อดี ข้อเสียอะไร ให้รู้จักที่จะปฏิเสธด้วยความกรุณาทั้งต่อตนเองและคนอื่น ความจริงทำงานเยอะไปก็ไม่ดีกับตัวเรา คนไข้ และคนรอบตัวเรา เรื่องบางเรื่องเราทำไม่ได้ดีก็ยังฝืนทำ พอมาอยู่กับพลัม รู้จักเลือกมากขึ้น เพื่อประโยชน์ทั้งตนเองและคนรอบตัว”

คุณหมอเชื่อว่ามนุษย์เราทุกคน มีเมล็ดพันธุ์ของความเป็นจิตอาสา อยากแบ่งปันให้ผู้อื่น แต่สังคมสมัยใหม่อาจทำให้คนมีความเป็นปัจเจก ความเป็นชุมชนน้อยลง แต่ความรู้สึกอยากช่วยเหลือคนอื่นยังมีอยู่ ดังจะเห็นจากคราวที่เกิดสึนามิ หรือน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่มีคนมากมายออกมาช่วยสังคม เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี…

คราวหนึ่งหมู่บ้านพลัมจัดงานปาฐกถาที่พารากอนฮอลล์ มีคนมาเป็นหมื่นคน อาสาสมัครที่มีอยู่ไม่พอ เพราะต้องทำงานหลายอย่างมาก คุณหมอจึงติดต่อธนาคารจิตอาสาว่า ต้องการอาสาสมัครอีก 40 คนมาช่วยงาน ติดต่อไป 1 อาทิตย์ก่อนวันงาน และรู้สึกว่าคงเป็นไปได้ยาก 

“ปรากฏว่าคืนนั้นน้องทีมงานธนาคารโทรมา บอกว่าคนสมัครล้นแล้ว ปิดงานให้แล้ว เปิดอีเมลดูมีคนสมัคร 60-70 คน ทุกคนเขียนว่าอยากมาช่วย มีความรู้สึกอิ่มใจมากเลย ถ้ามีพื้นที่ มีโอกาส คนก็อยากช่วย ธนาคารเป็นช่องทางเป็นประตูหนึ่งให้รู้ว่ามีข่าวสารงานอาสา เช้ารุ่งขึ้นได้อีเมลจากนักศึกษามหิดล ผมประสบอุบัติเหตุ ต้องใช้เก้าอี้เข็น แต่อยากมาช่วยงาน อ่านแล้วน้ำตาร่วง ตื้นตันใจมากว่าสังคมเรายังมีสิ่งดีอยู่”

“งานจิตอาสาเป็นการให้ที่เท่าเทียม ไม่แบ่งแยกตัวตน คนที่เข้ามาทำงานจิตอาสาสามารถขัดเกลาตัวเองไปพร้อมๆ กับการให้สิ่งดีๆ แก่สังคมด้วย” 

สำหรับคุณสมบัติของคนที่อยากทำงานจิตอาสาคือ 1.อยากทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่น อยากแบ่งปันให้สังคม 2.ไม่ตั้งความหวังมากนัก และปรับตัวง่าย 

‘งานจิตอาสา’ จะทำให้เรารู้สึกได้ว่าความสุขจากการเป็นผู้ให้นั้น เป็นเช่นไร…  

————————————————–

‘เสน่ห์’ ของงาน ‘จิตอาสา’

คอลัมน์ คอฟฟีเบรก : โดย สินีพร มฤคพิทักษ์ (หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันที่ 29 ตุลาคม 2556)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s