เปิดโลกอาสา : เครือข่ายชีวิตสิกขา

คุณแม่หัวใจใหม่

จากชีวิตคุณแม่เมืองกรุงคนหนึ่งที่วันๆ ต้องทำงาน ดูแลครอบครัว รับ-ส่งลูกวัยเรียน จนกระทั่งโรงเรียนกำหนดให้ลูกต้องเก็บ “ชั่วโมงจิตอาสา” เธอผู้เป็นแม่จะทำอย่างไร ปล่อยให้ลูกทำงานอาสาง่ายๆ เพียงเพื่อเก็บแต้มให้ครบ หรือจะเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสงานอาสาที่แท้จริง

539066_598487390174143_1807105945_n

พนักงานประจำของบริษัท คุณแม่ที่เลี้ยงดูลูกวัยเรียนสองคน ภรรยาที่น่ารัก และนักจัดกิจกรรมอาสา คือทั้งหมดที่ คุณพยอม อยู่สุข หรือที่ใครๆ ต่างเรียกเธอว่า “ครูแม่หนู” รับบทบาทตลอดเจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์ “แล้วพี่เอาเวลาที่ไหนไปทำจิตอาสา?” คือคำถามที่รุ่นน้องในออฟฟิศถามเธอ “เวลาเราเท่ากัน พี่ก็แบ่งเวลา พี่ก็ลูกสองแล้ว งานก็มี เช้าตื่นไปส่งลูก กลับมาทำงาน งานอาสา ถ้าเราแบ่งเวลา มันก็สัมพันธ์กันได้”

จากคุณแม่คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ทุกวันคือวันของครอบครัวและการงาน เร่งปิดยอดบัญชีให้เจ้านาย ติวหนังสือให้ลูก รับส่งลูกไปกวดวิชาเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนชั้นนำ จนกระทั่งโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนต้องเก็บชั่วโมงทำงานจิตอาสาตามที่กำหนดเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ เด็กหลายคนหาทางออกด้วยการไปนั่งนับและจัด cotton bud ในห้องพยาบาล หรือบางคนออกไปเก็บขยะ เพียงเพื่อถ่ายภาพส่งเป็นว่าทำจิตอาสาแล้ว

“พอโรงเรียนให้โจทย์ว่าเด็กๆ ต้องทำจิตอาสา เราคิดว่าถ้าทำให้เป็นครั้งๆ ให้จบๆ ไป มันไม่ใช่ ในความคิดเราตอนนั้นคือ อยากให้ลูกเห็นด้วยว่าจิตอาสามันต้องทุ่มเททั้งกายและใจ ไม่ใช่แค่สละเงิน แต่เราต้องสละเวลาและใจด้วย ซึ่งไม่หวังผลตอบแทนอะไรเลย  รู้สึกอยากช่วยกันมากกว่า อยากแบ่งปัน คิดว่านี่แหล่ะคือ จิตอาสา”

จากการหากิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่ลูกจะได้รู้จักงานอาสาจริงๆ หนึ่งในคำตอบที่ครูแม่หนูได้รับคือ “เครือข่ายชีวิตสิกขา” วันแรกที่เธอได้ลงมือเย็บถุงชายผ้าเหลืองและได้รู้ว่าการเย็บปักนั้น ก็เป็นการขัดเกลาจิตใจไปด้วย ทำให้ครูแม่หนูได้รับรู้ว่า “จิตอาสา” ที่แท้จริงเป็นอย่างไร

“วันนั้นพอเสร็จกิจกรรมแล้ว ครูแดงถามว่า ‘ทำแล้วรู้สึกยังไง ได้อะไรบ้างจากที่ทำ’ เราฟังแล้วชอบนะ บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แต่ในใจรู้สึกดีว่าเราได้เริ่มต้นทำ รู้สึกลึกๆ ว่าลูกเราได้นะ” หลังจากวันนั้น เธอและลูกจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้ต่อเนื่อง เริ่มเข้ามาเป็นครูสอนให้กับอาสาคนใหม่ๆ และกลายมาหนึ่งในอาสาขาประจำของเครือข่ายชีวิตสิกขา

ไม่เพียงแต่กิจกรรมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของครูแม่หนู แต่ยังมีพ่อแม่ที่ได้ลูกคนใหม่จากพื้นที่นี้ด้วย “เรามีครูจิตอาสา 7 ขวบคือ น้องเบลล์ เขาเป็นเด็กฉลาดแต่สมาธิสั้น นิ่งแป๊ปเดี๋ยวก็วิ่ง เราเลยชวนเย็บปอมๆ เขาชอบมาก ช่วงแรกทำได้ 5 นาทีก็วิ่ง เราก็ปล่อยเขา ช่วงหลังๆ เขานิ่งขึ้น เราก็ให้เขาสอนอาสาคนใหม่ๆ ตอนนี้เขามีสมาธิมากขึ้น ผลการเรียนดีขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น จนคุณแม่ก็มาทำด้วย” ครูแม่หนูแบ่งปันในเวที “เปิดโลกอาสา ครั้งที่ 8 ตอน V Are Family”

ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่พื้นที่จิตอาสานี้ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ดูแลและเยียวยากัน นอกจากทำถุงชายผ้าเหลืองให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ยังถักหมวกและผ้าพันคอไหมพรมรวบรวมให้พระและชาวบ้านในพื้นที่สูง ทำถุงบุหงาธรรมใส่ดอกไม้แห้งและทำพัดธรรมให้ผู้ป่วย โดยในกิจกรรมก็จะได้ฝึกฝนภาวนาระหว่างที่ทำด้วย เป็นกลุ่มอาสาหลากหลายวัย ไม่จำกัดเพศ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจดี สร้างประสบการณ์จิตอาสาที่ทำได้ทั้งครอบครัว ติดตามกิจกรรมและสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/Jivitasikkha หรือ http://www.lifebhavana.net/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s