เปิดโลกอาสา : ศิลป์เปลี่ยนโลก

V-World presentation

“การเปลี่ยนโลก” อาจดูเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่คนๆ หนึ่งจะทำได้ แต่ถ้าคนนั้นมีความรักในสิ่งที่ทำ มันจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่มิอาจมองข้าม จนแม้แต่เสียงระเบิดของอาวุธสงคราม ก็ยังไม่อาจดังกลบเสียงฮัมของบทเพลงหนึ่งๆ ในใจคนได้ เพราะเราเชื่อเช่นนี้ เราจึงจัดเวที “เปิดโลกอาสา ครั้งที่ 7 ตอน ศิลป์เปลี่ยนโลก” พร้อมเชิญตัวแทนของกลุ่มคนที่สร้างสรรค์พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่ได้ใช้ยุโธปกรณ์ใดๆ แต่ใช้เพียงใจรักที่มีต่องานศิลป์เท่านั้น

“ผมโตมากับเพลงเพื่อสังคม แล้วรู้สึกว่าวันหนึ่งในยุคนี้ เพลงพวกนี้ต้องไม่ตาย มันต้องมีที่ยืน แล้วเราจะทำให้ มันยืนอยู่ให้ได้” เวทีของเราเริ่มต้นเปิดโลกโดย คุณรัชพงศ์ โอชาพงศ์ ตัวแทนโครงการ Triple H Music ที่มุ่งมั่นที่ทำเพลงสะท้อนภาพสังคม บอกเล่าให้ผู้คนได้ตระหนักถึงปัญหาและเสียงของคนตัวเล็กๆ ในผืนแผ่นดินไทย

คุณรัชพงศ์เดินออกจากวงการดนตรีค่ายใหญ่ มาจัดกระบวนการให้เยาวชนเรียนรู้การทำเพลงด้วยตนเอง ให้เป็นเพลงที่ถ่ายทอดมิติทางสังคม “แค่ทำให้คนฟังตระหนักรู้ว่าสังคมเจ็บป่วยเรื่องอะไรอยู่ นี่ถือว่าเป็นหน้าที่ของเพลงแล้ว” โครงการนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิถีของดนตรี แต่ยังทำให้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปเช่นกัน “น้องที่ร่วมโครงการเห็นตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น รู้ว่าเพลงที่เขาทำ มันมีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงคนได้ ชีวิตเขาเปลี่ยนไป โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นครับ” คุณรัชพงศ์บอก

จากนั้น เราก็หันมาสัมผัสถึงอีกมุมหนึ่งของงานศิลป์ที่กอบกู้ นำความสุขคืนมาสู่ใจของผู้ประสบภัย ในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 โครงการศิลป์อาสาร่วมสร้างชุมชนรับมือภัยพิบัติด้วยศิลปวัฒนธรรม เกิดขึ้นท่ามกลางสายน้ำที่หลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ ผู้คนจำนวนมากอยู่ในศูนย์พักพิง โดยไม่มีใครรู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน

“ช่วงนั้นผู้พักพิงอยู่ในที่นอนตัวเอง จนกระทั่งเรานำลิเกเข้าไป ก็ถูกใจเขามาก มันทำให้เรื่องที่เขาสนทนาเปลี่ยนจาก ‘บ้านน้ำท่วมกี่เมตร เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน’ กลายเป็น ‘ตัวร้ายตัวนั้นเล่นได้ใจจริงๆ นะ’ ศิลปะช่วยพาเขาออกจากความทุกข์ได้ ทำให้รู้สึกว่าศิลปะเองก็เป็นฮีโร่ได้เช่นกัน” คุณกนกวรรณบอก หลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง กลุ่มศิลป์อาสาก็ออกเดินทางเก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้จากผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยน ‘ผู้ประสบภัย’ ให้เป็น ‘ผู้มีประสบการณ์’ เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ปิดท้ายด้วยเรื่องของศิลปะที่เปลี่ยนความทุกข์ในโรงพยาบาลให้กลายมาเป็นพื้นที่เรียนรู้คุณค่าของความสุข ผ่านตัวแทนจากศูนย์ศิลปะ HUMAN Center คุณแสงอุษณีย์ นวะมะรัตน ในวันนั้นเธอพาให้ทุกคนย้อนเวลาไปเป็นเด็ก ผ่านสีสันที่ช่วยให้เราระบายฝันลงในกระดาษขาว สาวน้อยเสียงใสคนนี้ เธอจัดกิจกรรมศิลปะบำบัดดูแลผู้ป่วยพักฟื้นและผู้ป่วยระยะสุดท้าย “โรงพยาบาลทำให้คนหดหู่จากโรคเรื้อรังร้ายแรง มีความกดดันทั้งกายและใจ การใช้ศิลปะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เขาได้ระบายออกผ่านเส้นสี ถือว่าเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งด้วย” 

คุณแสงอุษณีย์เองเคยผ่านช่วงเวลาการเจ็บป่วย และพบว่าศิลปะช่วยเปลี่ยนหัวใจดวงน้อยของเธอให้คลายจากความหม่นหมองได้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเรียนรู้กระบวนการศิลปะบำบัด และเปิดโอกาสให้อาสาได้มาร่วมกิจกรรมในช่วงบ่ายของทุกวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเด็ก ทุกวันอังคารที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในวอร์ดเด็ก และทุกวันพฤหัสที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในวอร์ดผู้ใหญ่ด้วย

เรื่องราวในเวทีเปิดโลกอาสาทั้งบ่ายในวันนั้น ได้ส่งต่อไปถึงน้องๆ นักเรียน นักศึกษาและชาวจิตอาสา กว่า 80 ชีวิตที่ร่วมรับรู้ สะท้อนถึงเนื้อเพลงช่วงหนึ่งของเพลง “ดอกไม้อาสา” ที่เรารับฟังด้วยกันในช่วงบ่ายวันนั้นว่า “คือดอกไม้ หลากสีสัน ร่วมแบ่งปัน เพื่อคนมากมาย” และสิ่งที่ทั้ง 3 คนกำลังทำ ก็แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่เรื่องเกินมือใคร หากทำด้วยรักและศรัทธา เห็นคุณค่าความหมายของสิ่งที่ทำ การเปลี่ยนโลกด้วยวิถีงานศิลป์ก็เป็นหนทางที่สัมผัสได้ด้วยตา มองเห็นได้ด้วยใจจริงๆ

สนใจติดต่อเข้าร่วมกิจกรรม
Triple H Music : https://www.facebook.com/Triple.H.Music?fref=ts
ศิลป์อาสาฯ : https://www.facebook.com/groups/theartasa/
ศูนย์ศิลปะ HUMAN Center : http://www.art4human.com/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s