บทความ : ไม่ว่าง

576426_464459453576938_2115361898_n

“ใครกำลังมุ่งหน้าไป ณ ที่เดียวกันกับฉัน ไปเยือนโลกใบใหม่ ที่อยู่ลึกลงไปภายในหัวใจของเรา โลกที่จิตวิญญาณของเราจะเติบโตและผลิบาน ดั่งดวงดอกไม้ที่ค่อยๆ คลี่กลีบรับอรุณอย่างแผ่วเบา เพื่อเราจะได้มีช่วงขณะแห่งการผ่อนพักอย่างแท้จริง”

ฉันมีโอกาสได้เข้ากรุงเทพฯ บ่อยขึ้น และได้ใช้บริการความเร็วสูงของรถไฟฟ้าในการเดินทาง แต่ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง ฉันรู้สึกตัวเองเหมือนเด็กที่ตื่นตากับโลกรอบตัว ขณะที่เด็กนักเรียนตรงหน้ากลับดูหมดสภาพทั้งที่ยังเช้า พลังแห่งวัยของเขาหายไปไหน พวกเขามีโทรศัพท์ราคาแพงกันเกือบทุกคน และง่วนอยู่กับมัน ผู้คนดูเหมือนกำลังคิดอยู่ มีบางเรื่องที่ยุ่งวุ่นวายรอให้จัดการตลอดเวลา

คิดถึงคำตอบของเพื่อนที่ฉันพยายามเชิญชวนให้เขาหยุดพักเพื่อมาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาด้านใน เพราะทั้งสุขภาพที่กำลังแย่ลงของเขา ตรวจเช็คก็พบหลายโรค แต่กลับมีเวลานอนในแต่ละคืนเพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง แม้เขาสนใจการนัดพบเล่าสู่กันทุกครั้ง แต่ก็ตอบง่ายๆ สั้นๆ ทุกครั้ง ว่า “ไม่ว่าง” แล้วใครกันหนอ ที่มาขโมยเวลาของเขาไป

ในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ‘โมโม่’ ของ มิฆาเอ็ล เอ็นเด้ (Momo by Michael Ende) ซึ่งบอกเล่าถึงความทุกข์ของผู้คนที่ถูกผู้ชายสีเทาขโมยเวลาไป จนพวกเขาไม่มีเวลาให้แม้แก่เด็กๆ ของพวกเขา เมื่อเด็กๆ เรียกร้องความใส่ใจ พวกเขาก็ทำให้เด็กๆ วุ่นกับกิจกรรมและการเรียนมากมาย จนเด็กๆ ไม่มีเวลาที่จะได้เล่นตามธรรมชาติของตน แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ไม่มีเวลาให้กับมิตรและเสียงของความสุข มันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รีบเร่งมากขึ้นทุกขณะ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง จนโมโม่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องพยายามช่วยเพื่อนของเธอจากกลุ่มผู้ชายสีเทา

l
โมโม่มิได้เป็นคนมีเวทมนต์เหมือนวรรณกรรมเยาวชนหลายเรื่อง หรือมีความชาญฉลาดเกินที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมี แต่สิ่งที่ใครๆ ก็มาหาเธอ และเธอเองก็เข้าไปหาไปเยือนใครต่อใคร จนกระทั่งเกิดแรงบันดาลใจที่จะช่วยเหลือผู้คน เพียงเพราะโมโม่มีเวลาอยู่มากมายสำหรับตนเอง และมากพอที่จะแบ่งปันเวลาของเธอให้กับเพื่อน

ผู้ชายสีเทา อาจหมายถึงระบบสังคมที่บีบรัดในทุกบทตอนของชีวิต อีกนัยหนึ่งยังอาจหมายถึง ความไม่มั่นคงภายในของเราด้วยเช่นกัน หากเรากำลังติดอยู่กับข้อจำกัด ที่เหมาสรุปเอาว่า การรีบเร่งทั้งหมดที่เป็นอยู่นี้เป็นความจำเป็น เท่ากับว่าเรายังมิได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่า สิ่งที่ถูกขับเคลื่อนอยู่ภายนอกนั้น เกิดจากแรงผลักดันที่สำคัญยิ่งคือสภาวะด้านในของเรานี่เอง ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณของเรา คือสิ่งที่ช่วยเตือนให้เรารับรู้ถึงความเป็นเรา เป็นสิ่งมีชีวิต ที่ต้องหล่อเลี้ยงดูแล เราใช้ระบบในการขับเคลื่อน หรือเรากำลังเลื่อนตัวอยู่ในรางของระบบอย่างไม่อาจแลเห็นว่าอะไรคือ ความปรารถนาที่แท้จริงของชีวิต

หากความสุขสำหรับคุณตอนนี้คือการที่ต้องทำงานหนักเพื่อแลกกับเวลาและคุณค่าทั้งหมดที่มีของชีวิต แล้วจ่ายมันกับการเสพและมอมเมาตัวเอง คุณอาจต้องถามตัวเองซ้ำๆ แล้วล่ะว่า มันใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงหรือ !

เวลาอยู่ในมือของเราทุกคน มันมากพอที่เราจะสร้างคุณค่าให้ชีวิตที่มีต่อจากนี้ และทุกขณะที่คุณมีโอกาสได้ใช้มันเพื่อผู้อื่น คุณจะพบความมหัศจรรย์ ว่าคุณมีเวลาเพิ่มมากขึ้น อนุญาตตัวเองให้ได้ใช้

——————-
โดย ธนัญธร เปรมใจชื่น ธนาคารจิตอาสา
คอลัมน์จิตตปัญญา : ไม่ว่าง
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ กายใจ ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s