เรื่องเล่าบนท้องถนน : พี่วินผู้รีบร้อน

เขียนโดย : สลิลทิพย์ ดำรงมหาสวัสดิ์ (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

wpid-wp-1403242917059

เช้าวันนี้เป็นเช้าที่มืดครึ้ม บรรยากาศทะมึนๆ เหมือนฟ้าเหงาฝนงอน ไม่ยอมตกลงมาสักที ให้คนหวั่นใจกันเล่นๆว่าฝนจะพรำลงมาไหม

ฉันกำลังนั่งอยู่หลังพี่วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่ง ทั้งๆที่บรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย แต่ดูพี่วินคนนี้จะรีบร้อนเสียเหลือเกิน เขารับรถปาดรถยนต์คันข้างซ้าย ปาดรถมอเตอร์ไซค์คันข้างขวา พาฉันไปอยู่กลางเลนที่รถสองฝั่งสวนกัน บิดคันเร่งย้ำๆตลอดทาง ฉันไม่แน่ใจเขาติดธุระไปที่ไหนหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันหวังว่าเขาจะลดความเร็วลงสักนิดนึงก็ยังดี

พี่วินยังคงเร่งความเร็วไม่หยุด ยิ่งออกจากถนนใหญ่แล้ว พี่วินก็พาเข้าซอยเล็ก ซอยน้อย ทางลับ ทางลัดต่างมากมาย บางเส้นทางก็แคบจนดูไม่น่าผ่านได้ด้วยซ้ำ จนสุดท้ายพี่วินก็พลาด กระจกรถด้านขวาไปขูดกับกำแพงเข้า ฉันแอบกลัวพี่วินจะหงุดหงิด แต่เขากลับหันมาทางซ้ายก่อนและถามฉันว่า “เข่ากระแทกอะไรไหม” ไม่ได้สนใจเจ้ากระจกอันนั้นเลยสักนิด

พอถึงที่หมาย ฉันก็เพิ่งเข้าใจเหตุผลที่เขารีบร้อนบิดคันเร่งมาตลอดทาง “นึกว่าจะไม่ทันฝนตกซะแล้ว รีบขึ้นบีทีเอสเร็วไอ้หนู!” พี่วินยิ้มหวานภูมิใจ ฉันเงยหน้ามองฟ้าเห็นฝนหยดเล็กๆ ค่อยๆ พากันลงมา “เอ้า! ยังไม่รีบเดินไปอีก ฝนจะตกแล้วเนี่ย” ฉันหัวเราะแล้วขอบคุณพี่วินก่อนจะรีบวิ่งไป

ไม่รู้ว่าพี่วินจะรู้ไหมว่าฉันขอบคุณมากกว่าที่มาส่ง
แล้วก็ไม่รู้พี่วินจะรู้ไหม ว่าเพราะพี่ ทำให้หนูมีความสุขไปทั้งวันเลย🙂

 

ขอบคุณที่มาภาพ : http://goo.gl/edPrxJ

 

 

 

 

นี่สินะ … ฟาร์มสุขไอศกรีม

เขียนโดย : ฤตี จุลกะเศียน (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

ถึงวันนี้ ฉันคิดว่า หลายคนคงจะรู้จัก “ฟาร์มสุขไอศกรีม” กันบ้างแล้ว แต่ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ จิตอาสามือใหม่อย่างฉันเพิ่งสะดุดหูกับคำว่า “ฟาร์มสุขไอศกรีม” จาก คุณหนุ่ม-ธีระพล เต็มอุดม หัวหน้าโครงการธนาคารจิตอาสา ในวันที่เข้าร่วมประชุมนักเขียนอาสาครั้งแรก ที่บ้านเซเวียร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

จับใจความได้คร่าวๆ ว่า ฟาร์มสุขไอศกรีม มีหัวเรี่ยวหัวแรงแรกเริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน คือ ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ หรือ บอม คนเดียว มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกทึ่งมากขึ้นไปอีก

1601452_569232559840484_324266318_n

หลังการติดตามหาข้อมูลผ่าน ธนาคารจิตอาสา และ Facebook จึงได้ทราบว่า ฟาร์มสุขไอศกรีม มีกิจกรรมร่วมกับ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือเริ่มเป็นที่รู้จักกันในนาม สวนโมกข์ กรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือน เวลา ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ น. โดยแบ่งกิจกรรมเป็น ๒ ช่วง

ช่วงแรก เริ่มเวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. ครอบครัวช่วยกันปั่นไอติมชิมความสุข หลังจากนั้นเป็นการพักเที่ยง ก่อนจะนัดหมายมารวมตัวกันอีกครั้งเวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. ซึ่งเป็นกิจกรรมตามหาสติ ผ่านกระบวนการที่ บอม ออกแบบมาให้ครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกัน

1504105_548626221901118_2099563373_n

ท่ามกลางแสงแดดและอุณหภูมิร้อนผ่าว ของวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ฉันพาตัวเองมาถึงบริเวณลานหินโค้ง ชั้น ๑ ของ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ เริ่มมองหาบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมายในวันนี้ ก่อนที่จะสังเกตเห็นกลุ่มครอบครัว รุมล้อมรวมตัวนั่งบนพื้นบ้าง ยืนบ้าง รายรอบตั่งไม้ขนาดเขื่อง โดยมีคุณยาย คุณย่า คุณป้า นั่งสบายๆ ตามขั้นบันได รอลูกหลานร่วมกิจกรรมปั่นไอติมชิมความสุข

บริเวณใกล้ๆ กันนั้น ฉันมองเห็นชายหนุ่มร่างสันทัด ใบหน้าอิ่มเอิบ เดินไปมารอบๆ คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทำให้นึกเดาได้ทันทีว่าเขาคือ บอม จึงแนะนำตัวคร่าวๆ และขอร่วมกิจกรรมด้วยในฐานะผู้สังเกตการณ์

1455009_517711951659212_586528902_n

ฉันเฝ้ามองผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นไอติมชิมความสุข ซึ่งทราบว่าแยกเป็น ๒ ส่วน คือ จิตอาสาที่เต็มใจมาช่วย ๑ และครอบครัวที่สมัครร่วมกิจกรรมอีก ๑ มองเห็นใบหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส ของจิตอาสา ประสานกับท่าทางขมีขมันของเด็กๆ และผู้ปกครองที่ช่วยกันปรุงส่วนผสมและออกแรงกันปั่นไอศกรีม ก่อนจะจบลงด้วยการตักไอศกรีมแจกจ่ายให้ชิมกันอย่างมีความสุขถ้วนทั่ว

โดยไอศกรีมวันนี้ บอม เลือกสูตรกะทิมาปั่นมาจาก ๗ รสชาติที่ขายดีที่สุด เป็นสูตรที่ เขาลองผิดลองถูก คิดค้นขึ้นจากประสบการณ์ของคนที่ชอบกินไอศกรีม ซึ่งเขายืนยันว่า หวานน้อย มีคุณภาพด้วยวัตถุดิบที่ดี กินแล้วไม่อ้วน (แน่นอน)

1525243_534513196645754_180541194_n

สอบถาม บอม ต่อไปทำให้ได้รู้ว่า ฟาร์มสุขไอศกรีม ผ่านการเดินทางที่ยาวไกลมาแล้วถึง ๕ ปีนับตั้งแต่ได้รับทุนจำนวนหนึ่งเป็นรางวัลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เขาได้ใช้ทุนรางวัลนั้นมาต่อยอดสร้างแรงบันดาลใจและอาชีพให้เด็กๆ มาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกิจกรรมในภาคบ่าย ที่ บอม ออกแบบและเตรียมเกมมาจำนวนหนึ่งให้ครอบครัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมเรียนรู้สติและกระบวนการเห็นทุกข์ด้วยประสบการณ์ตรง เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงสติกับการปล่อยวางและสื่อสารกันในครอบครัว

1509323_596447240452349_4614825690316486459_n

โดยบางเกม อย่างเช่น ปากกาพาไป ยังเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์อย่างฉันมีส่วนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า จากโจทย์ที่ บอม ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียน “ขอโทษ” เหตุการณ์หรือใครบางคนก็ได้ จะทำให้เราได้กลับไปสู่อดีต ใคร่ครวญ ย้อนคิด และพบว่า เราสะเทือนใจกับเหตุการณ์เหล่านั้นเพียงใด

ในมุมมองของผู้สังเกตการณ์ที่เพิ่งรู้จัก ฟาร์มสุขไอศกรีม และบอม ตัวเป็นๆ ครั้งแรก ฉันรู้สึกขอบคุณ ฟาร์มสุขไอศกรีม และบอม ที่ได้ช่วยสลายช่องว่างความแปลกแยกระหว่างครอบครัวและผู้คนลงได้ รวมถึงได้สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข : )

7063_446020415495033_1328443609_n

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
http://www.farmsookicecream.com/
https://www.facebook.com/farmsookicecream
http://www.creativemove.com/creative/farmsook-icecream/
http://www.bia.or.th/html_th/events/2012-03-12-09-31-10/item/430-2013-11-27-11-34-34.html
https://www.facebook.com/whoisbom

ของเล่น (พิเศษ) จากแม่ถึงลูก

เขียนโดย : ฤตี จุลกะเศียน (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

 

546424_539312259414532_1803416630_n

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โครงการ Mom Made Toys ได้ถูกก่อตั้งจากคุณแม่กลุ่มเล็กๆ ที่รวมตัวกัน ช่วยกันคิด ออกแบบ สร้างสรรค์และผลิตของเล่นเพื่อลูกๆ ที่เป็นเด็กพิเศษของเธอ (เด็กสมองพิการ CP, เด็กที่มีภาวะออทิสซึ่ม, เด็กพิการทางสายตา)

นอกจากการให้และรับของเล่นที่ทำจากหัว+ใจของแม่เพื่อลูกแล้ว ยังก่อให้เกิดการให้และรับจากหลายๆ ฝ่าย อาทิ บริษัทผลิตของเล่น ผู้ใหญ่ใจบุญและองค์กรใจดี รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้เกิดการ “อาสา”

ประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เพจ Mom Made Toys บน facebook ได้เปิดกิจกรรมรับสมัคร “ซานต้าอาสา” เพื่อส่งมอบของเล่นระหว่างคุณแม่และเด็ก รวมถึงองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขรับปี พ.ศ.๒๕๕๖ ที่ผู้คนต่างออกเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและกลับบ้าน ฉันเองก็ได้ร่วมเป็น ซานต้าอาสา แปลงพาหนะคันเก่งเป็นกวางเรนเดียร์ มีกล่องของเล่นขนาดเขื่องท้ายรถแทนถุงผ้าใบ เดินทางไปสู่เป้าหมายครั้งแรกใกล้ๆ บ้านที่ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) จังหวัดนนทบุรี

ที่ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) จังหวัดนนทบุรี แม้จะไม่สามารถบันทึกภาพน้องๆ ได้ แต่ฉันยังจดจำได้ถึงภาพใบหน้าของน้องๆ เด็กพิเศษ ที่ยิ้มแย้ม หัวร่อร่า เมื่อเราลองให้น้องคนหนึ่งได้สัมผัสของเล่นที่ประกอบให้ดูเป็นตัวอย่างเสร็จแล้ว นับเป็นความประทับใจหนึ่งทีเดียว

กล่องบรรจุของเล่น

ภารกิจของซานต้าอาสา ไม่ได้มีเพียงแค่ส่งมอบของเล่น แต่ยังมีหน้าที่ส่งจดหมายจากใจของกลุ่มคุณแม่ รวมถึงการศึกษาคู่มือก่อนเพื่อประกอบของเล่นและอธิบายให้ผู้รับได้เข้าใจ ทางโครงการยังมีซีดีแนบให้คุณแม่และองค์กรที่ได้รับดูซ้ำได้อีก กรณีที่อาจไม่เข้าใจ ซึ่งผู้ที่น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดคือ น้องๆ เด็กพิเศษนั่นเอง

เสร็จภารกิจส่งมอบแล้ว แม้น้องซานต้าอาสาที่ชวนไปด้วยกันจะได้ช่วยบันทึกภาพเคลื่อนไหวตั้งแต่แรกเดินทางไปถึง แต่ฉันไม่ลืมที่จะขอบันทึกภาพนิ่งการส่งมอบด้วย เพื่อนำมาส่งต่อความสุขของซานต้าและความยินดีของผู้รับให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ Mom Made Toys อื่นๆ ได้รับทราบ และแอบคาดหวังว่า จะได้มีโอกาสร่วมเป็นซานต้าอาสาในปีต่อๆ ไป

คู่มือซานต้าอาสา

และในปีถัดมาประมาณกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ฉันก็รู้สึกดีใจอีกครั้งเมื่อเพจ Mom Made Toys  ทยอยแปะโครงการ “ทอยส์เที่ยวไทย” เพื่อฝากติดของเล่นไปให้เด็ก สำหรับผู้มีแผนเดินทางท่องเที่ยวเทศกาลส่งความสุขปลายปี ช่างเหมาะเจาะกับแผนการเดินทางและเป้าหมายที่ฉันและเพื่อนมีอยู่แล้วเสียจริง

ฉันเริ่มต้นด้วยการเข้าไปเลือกพิกัดเป้าหมาย โดยดูจากเส้นทาง ความเป็นไปได้ ช่วงเวลาและจำนวนของเล่น เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทาง ซึ่งทริปนี้เราใช้พาหนะคันเก่งคันเดิม หลังจากนั้นแทคชื่อตัวเองในพิกัดทอยส์เที่ยวไทย รอโครงการยืนยันพิกัดและนัดวันเข้าไปรับมอบของเล่น ซึ่งภารกิจอาสาครั้งนี้ เราได้รับโอกาสส่งมอบของเล่นในพื้นที่จังหวัดชุมพร ๒ แห่ง

ศูนย์การศึกษาพิเศษชุมพร

ปีนี้ โครงการได้ขอเวลาสำหรับการพูดคุย บอกเล่าและฉายเรื่องราว ความตั้งใจของคุณแม่ที่อยากจะฝากไปด้วยก่อนการรับมอบของเล่น ดีวีดีคู่มือการใช้และจดหมายจากแม่ถึงแม่ โครงการยังแนบคู่มือทอยส์เที่ยวไทยสำหรับการเตรียมตัวให้ด้วย และในวันรับมอบนั่นเอง ทำให้ฉันได้รู้จัก “แม่นก” ๑ ในกลุ่มคุณแม่ที่มีลูกพิเศษเป็นครั้งแรก

ฉันได้ติดต่อประสานงานและนัดวันส่งมอบกับปลายทางทั้ง ๒ แห่ง ก่อนวันออกเดินทาง แค่ปลายทางแรกที่ติดต่อได้ ฉันก็แทบอยากออกเดินทางเสียในบัดนั้น เมื่อคุณแม่ปลายสายทราบว่ากว่าจะถึงกำหนดการเดินทางเป็นเวลาอีกถึง ๒ เดือน

“นานจังเลย ส่งไปรษณีย์มาได้ไหมคะ” คุณแม่ปลายสายถาม

ฉันมองกล่องของเล่นโครงการ Mom Made Toys จำนวน ๑ ชิ้นของคุณแม่ท่านนี้ แล้วรู้สึกว่า ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะทำให้เธอตามประสงค์ แต่…

“อยากจะส่งให้เหมือนกันค่ะ แต่โครงการอยากให้เราได้พบปะ พูดคุยกับคุณแม่ และส่งของเล่นให้ถืงมือน้องเองด้วยค่ะ คุณแม่อดทนรอหน่อยนะคะ”

602858_539312129414545_258892122_n

สำหรับฉันแล้ว เรื่องราวระหว่างทางสำคัญพอๆ กับปลายทางเสมอ โดยเฉพาะการเดินทาง “ทอยส์เที่ยวไทย” พร้อมกับของเล่นที่ทำจากหัว+ใจของคุณแม่ในวันนั้น เป็นการเดินทางที่แสนพิเศษ เพราะเป็นการแวะระหว่างทางที่เราไม่รู้จักและคุ้นเคย แต่โชคดีที่ฉันมีน้องร่วมทางที่ดี ช่วยขับรถให้ ขณะที่ฉันโทรศัพท์ติดต่อประสานเส้นทางกับคุณแม่และเจ้าหน้าที่ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดชุมพร จนทำให้ประสบผลสำเร็จในการส่งมอบทั้ง ๒ พิกัด โดยใช้เวลาไม่นานเท่าที่หวั่นใจ เพราะเราต้องไปให้ทันเวลาลงเรือข้ามฟากที่ท่าเรือดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อไปเกาะสมุย อันเป็นเป้าหมายของทริป

น้องเด็กพิเศษของคุณแม่ท่านแรก ต้องไปร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่โรงเรียน เราจึงไม่มีโอกาสพบ แต่เมื่อพบว่าคุณแม่ใช้สมาร์ทโฟน เราจึงแนะนำให้คุณแม่โหลดแอพพิเคชั่น Mom Made Toys สำหรับสอนเด็กพิเศษให้เรียนรู้เรื่องอารมณ์ในชีวิตประจำวันได้ด้วย จากนั้นจึงมุ่งหน้าต่อไปยัง ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดชุมพร ที่อยู่บริเวณไม่ห่างกัน

สภาพแวดล้อม บรรยากาศและเจ้าหน้าที่ของศูนย์การศึกษาฯ แห่งนี้น่ารักและดูอบอุ่น ช่วงเวลาที่เราเข้าไปถึงเป็นช่วงเวลากินนมและนอนของน้องๆ พอดี แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังอุตส่าห์ไปควักน้องๆ ที่ยังไม่หลับบางคนมาร่วมถ่ายรูปรับมอบของเล่น เห็นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของน้องๆ ในอ้อมแขนเจ้าหน้าที่แล้ว รู้สึกชื่นชมและยินดีว่า น้องๆ ต้องมีความสุขกันพอสมควรแน่ๆ

ณ วันที่ฉันบันทึกถึงการเดินทาง ของเล่น (พิเศษ) จากแม่ถึงลูก นี้ย่างเข้าปลายเดือนมิถุนายนแล้ว ฉันยังแอบมีความหวังเสมอว่า ปลายปีนี้ ฉันจะได้รับโอกาสส่งมอบกำลังใจ แรงบันดาลใจ ความรัก ความสุข ความหวังและความรู้สึกดีๆ จากแม่ๆ ถึงลูกๆ พิเศษอีกเหมือนเดิม : )

398762_536777843001307_670304381_n

แหล่งข้อมูล :

https://www.facebook.com/mommadetoys

https://www.facebook.com/photo.php?v=475882422424183

http://www.youtube.com/watch?v=2TK6BpKB9D8

 

ฝากความดีกับธนาคารจิตอาสา

เพราะงานกิจกรรมจิตอาสาคือกระบวนการกระตุ้นให้คนเกิดการเรียนรู้ จึงอยากให้เหล่าจิตอาสา ตลอดจนอยากให้องค์กรหรือหน่วยงานที่จัดกิจกรรม ได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า “จิตอาสา” ที่แท้จริง มีความเข้าใจในกระบวนการการเรียนรู้ด้วยว่า จิตอาสาไม่ใช่แรงงานฟรี แต่เป็นกลุ่มคนที่มุ่งหวังจะสร้างประโยชน์สุขเพื่อสังคม ไปพร้อมๆ กับการได้ฝึกฝนพัฒนาการเรียนรู้คุณค่าในตนเอง

คือแนวคิดที่จะพัฒนาคนสร้างสุขของกลุ่มธนาคารจิตอาสา ธนาคารที่ไม่รับฝากเงิน แต่รับฝากเป็นเวลาแห่งการทำดี ครั้งนี้มาเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในงานวัดลอยฟ้าญาณสังวร 101 จิตตนครเดอะฮิดเด้นแคปปิตัล เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแผ่พระคำสอนทรงคุณค่าของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชฯ

ธีระพล เต็มอุดม หัวหน้าโครงการธนาคารจิตอาสา เล่าถึงที่มาของการเกิดเป็นธนาคารจิตอาสาไว้ว่า ตัวธนาคารมีหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างคนทำงานจิตอาสากับองค์กรที่ต้องการหาแรงงานอาสา ให้ได้มาพบปะและร่วมกิจกรรม ส่วนเหตุผลที่ใช้ชื่อว่าธนาคาร เพราะทางกลุ่มได้ใช้กลยุทธ์ของการเปิดรับฝากเวลา ในการช่วยเหลือสังคมจากผู้มีจิตอาสา ให้ได้เข้ามาลงทะเบียนฝากเวลาทำความดีเพื่อสังคมผ่านเว็บไซต์

ผมและอาจารย์พิเศษท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงลูกศิษย์อีก 3 คนได้รวมตัวกันหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งขณะนั้นเกิดงานจิตอาสาจำนวนมาก ก็คิดกันไปว่าไม่อยากให้กิจกรรมจิตอาสานั้นหมดไปพร้อมภัยพิบัติ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่างานจิตอาสาได้ช่วยพัฒนาคน จึงเป็นที่มาของการขอทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมทั้งได้คุยกับพันธมิตรรอบด้าน เกิดเป็นพื้นที่รับสมัครคนทำงานจิตอาสาให้ต่อเนื่องและเข้าใจในรูปแบบเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก เพื่อให้คนที่อยากทำงานจิตอาสาได้เข้ามาสละชั่วโมงมาทำประโยชน์เพื่อสังคม ขณะเดียวกันด้านหน่วยงานเราก็คัดเลือกเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอที่มีการทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่องก่อน เพื่อคัดให้เกิดคุณภาพการเรียนรู้ตัวเองจริงๆ” หัวหน้าโครงการธนาคารจิตอาสาระบุ

ถึงวันนี้กว่า 1 ปีที่ธนาคารจิตอาสาเริ่มเปิดทำการ มีผู้มาใช้บริการฝากชั่วโมงจิตอาสาไว้แล้วกว่า 600,000 ชั่วโมง พร้อมดำเนินกิจกรรมจิตอาสาไปแล้วกว่า 370 งานจากบรรดาจิตอาสาทุกเพศทุกวัยกว่า 10,100 คน ซึ่งมีตั้งแต่วัย 7 ขวบไปจนถึงวัยเกษียณอายุราชการ

เพ็ญจุรี วีระธนาบุตร ฝ่ายอาสาสัมพันธ์ธนาคารจิตอาสา บอกอย่างภาคภูมิใจว่า ที่ผ่านมานั้นมีแต่ตัวเลขเด็กไทยอ่านหนังสือวันละแปดคำหรือคะแนนโอเน็ตเด็กไทยสุดต่ำ แต่ตัวเลขในข้างต้นน่าจะเป็นอะไรที่ดีต่อสังคมไม่น้อย เพราะได้ทำให้คนทั่วไปได้เรียนรู้จักคำว่า “น้ำใจ” และยังทำให้เกิดกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ที่ตระหนักถึงความเป็นส่วนรวมเพิ่มมากขึ้นอีก อย่างไรก็ดี ทิศทางของกิจกรรมอาสานั้นมีบริบทของสังคมเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ทุกกิจกรรมเรายืนพื้นให้เกิดการพัฒนาทั้งภายในและภายนอกแบบคู่ขนาน เช่น ถ้าเกิดภัยพิบัติทิศทางของงานช่วยเหลือสังคมก็จะเป็นการพัฒนาภายนอกก่อน อย่างช่วยน้ำท่วมบริจาคของ แต่ถ้าเป็นในปัจจุบันที่สภาพสังคมมีภาวะตึงเครียดจากหลายๆ ปัจจัยแนวโน้มจึงเป็นการพัฒนาภายใน เช่น การปฎิบัติการฝึกจิต การทำกิจกรรมรับฟังกัน เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลกัน และยังสามารถทำกันได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่หนักหรือเบาเกินไป สามารถเลือกกันได้ตามความชอบและศักยภาพ

หนึ่งจิตอาสาขอบอกต่อประสบการณ์ สุทธิดา สุจริตศรีชัยกุล หรือเบ็ตตี้ น้องใหม่คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หลังจากชิมลางจิตอาสาเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยกิจกรรมการรับฟังผู้อื่น รูปแบบที่ดูง่ายแต่เข้าใจถึงความหมายของงานอาสาได้ถึงแก่นจวบวันนี้ เบ็ตตี้ฝากเวลาแห่งการทำดีไว้ได้ 21 ชั่วโมงแล้ว

จากมุมมองของเราต่องานอาสาคือ การสร้างโรงเรียนออกค่ายถือกล่องรับบริจาค โดยที่ไม่ได้คิดว่าจริงๆ แล้วแค่การทำอะไรเพื่อคนอื่น มันก็เป็นจิตอาสาอย่างกิจกรรมที่มารับฟังผู้อื่นก็ทำให้คนๆ หนึ่งที่เขามีอะไรในใจได้พูดได้ระบาย แล้วเขาได้รู้สึกดีที่มีคนตั้งใจฟังเขาจริงๆ มันก็ทำให้เราและผู้มาใช้บริการได้อิ่มใจ แค่นี้ก็เป็นการช่วยเหลือคนอื่น คิดว่าจริงๆ แล้วหนูสามารถทำงานอาสาได้ตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ เพราะหนูเข้าใจความหมายของจิตอาสามากขึ้นแล้วผ่านกิจกรรมนี้ แถมยังได้ฝึกการเข้าสังคมการพูดคุยกับคนอื่น มันได้อะไรมากกว่าที่เราคิดแต่จะมาสนุกค่ะสุทธิดาเผยความในใจต่องานจิตอาสา

ปิดท้ายที่ ธนฤต วีระดีตานนท์ จิตอาสาอิสระอดีตกราฟิกดีไซน์บริษัทเอกชน บำเพ็ญประโยชน์ไปแล้วกว่า 400 ชั่วโมงจาก 30 กว่ากิจกรรม เขาบอกว่างานจิตอาสาเป็นงานที่ให้อะไรมากกว่าที่คิด มากกว่าการได้ให้คือการได้รับได้เรียนรู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่น ในรูปแบบที่เลือกได้อย่างไม่ลำบากเกินไปและยังค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงนั้นคือการเป็นทั้งผู้ให้ผู้รับด้วย

ตอนเด็กบ้านผมอยู่ใกล้วัดก็จะไปช่วยงานที่วัดอยู่สม่ำเสมอ พอโตมาทำงานในเมืองก็เป็นเวลาออฟฟิศและยังต่อด้วยการทำโอทีก็จะไม่มีเวลาไปทำงานเพื่อสังคม ผมจึงลองค้นหาดูกิจกรรมที่ทำง่ายๆ ในกรุงเทพฯแล้วก็เจอเว็บธนาคารจิตอาสา จึงลองเข้ามาร่วม ซึ่งก็ได้พบว่ายังมีอีกหลายกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องไปต่างจังหวัดหรือใช้เวลาเยอะๆ แต่ได้คุณค่าเหมือนกันเช่นการสอนไอแพดผู้สูงวัย ถักไหมพรมให้คนภาคเหนือ และอื่นๆ อีกหลากหลาย ทำให้ผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งเล็กให้ผู้อื่นได้เหมือนกัน ไม่ต้องไปมองการใหญ่ก็แบ่งปันให้ได้แถมความสุขใจที่ได้รับกลับมามากยิ่งกว่าที่ได้ให้เขาอีกด้วยซ้ำ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาแบบถึงแก่นแท้กับธนาคารจิตอาสา สามารถคลิกเพื่อสอบถามข้อมูลและลงทะเบียนกันได้ที่ http://www.JitArsaBank.com หรือพูดคุยกันได้ที่ facebook.com/JitArsaBank ค่ะ

————————————————-

บทสัมภาษณ์ใน หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ Online

(อ้างอิง : http://www.thaipost.net/x-cite/100414/88792)

โอบกอดด้วยรอยยิ้ม

เขียนโดย : สุจิตฏา วิเชียร (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)
ตีพิมพ์ใน : “สารัตถะ” จดหมายข่าว สถาบันโยคะวิชาการ เดือนเมษายน 2557

เคยไหมที่ต้องไปติดต่อธุระปะปังกับองค์กรใดสักองค์กรหนึ่ง แล้วพนักงานในองค์กรนั้นปฏิบัติต่อเราราวกับเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางไหน ฉันเคยเจออะไรแบบนั้น  และนั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าวันนี้ฉันโชคดี

วันนี้ธนาคารจิตอาสาจัดอบรม อาสานักเขียน เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการเขียนในหัวใจของเหล่าอาสา  นัยว่าการเขียนเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร  เพื่อเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ให้คนในสังคมได้รับรู้  เผื่อว่าใครที่กำลังท้ออาจได้รับกำลังใจในการทำสิ่งที่ดีๆ ต่อไป

10007429_694682220554659_570516854_n

การอบรมครั้งนี้มีกติกาไว้ว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องลงชื่อสมัครมาก่อนล่วงหน้า  และส่งผลงานหนึ่งชิ้นเพื่อพิจารณา  และนั่นเป็นที่มาของความรู้สึกประหม่าของฉัน  เพราะฉันมาด้วยเหตุปัจจัยอื่นจึงไม่ได้ทำตามกติกานี้ แม้ในใจนั้นจะรักการเขียนเป็นทุนอยู่แล้ว

ระหว่างเดินมาฉันจึงได้แต่ตำหนิความไร้กาลเทศะของตัวเองอยู่ในใจ แต่แล้วเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกิจกรรมครั้งนี้ รอยยิ้มแรกเจอของเธอช่วยปลอบประโลมความประหม่าในหัวใจของฉันได้เป็นอย่างดี ทั้งดวงตาของเธอก็แสดงความเป็นมิตรจนฉันเริ่มคลายกังวล แถมยังช่วยกุลีกุจอหาที่นั่งให้อีก

ฉันรู้สึกขอบคุณเธอนัก และไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ เธอกำลังหว่านเมล็ดพันธุ์บางชนิดลงในหัวใจฉันแล้ว และมันมีพลังมากพอที่จะทำให้ฉันอยากส่งต่อสิ่งนี้ลงไปในหัวใจของผู้ที่ได้พบเจอบ้าง

10013973_694682607221287_293855810_n

เธอทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาก่อนหน้า ในหลายๆ องค์กรที่ฉันเคยเจอะเจอ ที่คงเป็นปกติที่เจ้าหน้าที่ประจำองค์กรนั้นๆ ต่างก็มีงานนานาให้ทำวุ่นวาย ซึ่งไม่ต่างจากเธอ แต่จะต่างกันก็ตรงที่แม้จะเหนื่อยแค่ไหน ยุ่งยากสักแค่ไหน เธอก็ไม่ได้ส่งภาษา ไม่ว่าจะภาษาพูด หรือภาษากาย ให้ผู้ที่มาติดต่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกในด้านลบเลย

มิหนำซ้ำยังทำให้เขาได้รับความประทับใจกลับไปอีก

โบราณว่าไว้  “ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ” ฉันใดก็ฉันนั้น เจ้าหน้าที่ในแต่ละองค์กรก็เป็นหน้าต่างขององค์กรนั้นๆ เช่นกัน

1510671_694682763887938_1445290363_n

ลองนึกภาพเล่นๆ ว่าหากบ้านนี้เมืองนี้  มีการต้อนรับกันด้วยความเป็นมิตร พร้อมที่จะโอบกอดผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม การติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวันของเราก็คงรื่นรมย์ไม่น้อยเลย และฉันเชื่อในพลังของการส่งต่อ

สิ่งดีๆ เมื่อเกิดขึ้นกับหัวใจสักดวงหนึ่งแล้วมันจะไม่หยุดเพียงแค่นั้น
แต่จะส่อต่อๆ กันไป
ไม่รู้จบ.

1970439_694682767221271_11811276_n

 

จับ (ใจ) “ปูทะเลย์” ที่ มาบเอื้อง

เขียนโดย : ฤตี จุลกะเศียน (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

เมื่อต้นปี ๒๕๕๗ นี้ ฉันสมัครไปเป็น“ครูอาสาวิชาชีวิต” รุ่นที่ ๓ ที่โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หนึ่งในกิจวัตรของการเป็นครูอาสา คือ การเป็น “เด็กวัด” เดินตามพระไปบิณฑบาตรตอนเช้า หรือจะเลือกการลงแปลงผักกับเด็กปูก็ได้

528b70681f5abIMAG0780

หลังเดินตามพระได้ ๒ วัน กลับถึงบ้าน ฉันรู้สึกตึงที่หน้าขาทั้ง ๒ ข้าง ทำให้ต้องเดินโขยกเขยกลงบันไดบ้าน น้องชายที่นั่งอยู่ชั้นล่างเงยหน้าขึ้นมาเห็น เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ไปเป็นครูอาสา สอนวิชาอะไรพี่”

ฉันอึ้ง ทบทวนคำถามพลางนึกย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ครูอาสา ถูกเด็กปูสอนวิชาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความประทับใจแรกพบของการช่วยกันจัดพิธีไหว้ครู เพื่อให้ครูประจำประหลาดใจ, ชั่วโมงของการทำความรู้จักซึ่งกันและกันระหว่างครูอาสาและเด็กปู ด้วยการพาครูเดินชมฐานต่างๆ ภายในมาบเอื้อง ผ่านลำธารเล็กๆ ที่เด็กปูคนหนึ่งไต่ลงไปยกลอบขึ้น ครูอาสาเงยหน้าขึ้นไปเห็นป้าย จึงอ่านออกเสียงว่า “เขตอภัยทาน ห้ามจับสัตว์น้ำ” เด็กหญิงวัยไม่เกิน ๗ ขวบเอ่ยออกมาว่า “ปลาไม่ใช่สัตว์ค่ะ” เห็นครูอาสายังทำหน้าสงสัย เธอเลยขยายต่อว่า “ปลาเป็นอาหาร!!!”

52b6fde634ba116468

การเอาตัวและครูอาสารอดของเด็กปูเมื่อถูก “ปล่อยเกาะ” โดยแบ่งครูและเด็กเป็น ๒ ทีม แข่งกันหาวัตถุดิบ เช่น ผักสวนครัว เห็ดในโรงเรือน ปลาในบ่อ นำมาประกอบเป็นอาหารค่ำเพื่อยังชีพสำหรับคนประมาณ ๑๕ คน

การเดินตามพระบิณฑบาตรที่ครูอาสาจะกลับก็ไม่ได้ มีเพียงต้องเดินย่ำไปตามเส้นทางพระ ที่เป็นถนนปูนบ้าง ทางลูกรังบ้าง…ด้วยเท้าเปล่าเช่นเดียวกับพระ

การตื่นแต่เช้ามืดของเด็กปูและครูประจำประมาณตี ๕ หลังเสร็จกิจวัตรในห้องน้ำ เพื่อสวดมนต์ ทำสมาธิ ก่อนออกกำลังกายช่วงเช้า ที่ไม่มีครูอาสาสักคนตื่นทัน

อดที่จะยิ้มกับตัวเองไม่ได้ แล้วตอบน้องชายกลับไปว่า “สอนวิชาชีวิต” ก่อนที่จะสรุปตบท้ายว่า “….ที่จริงแล้ว เด็กๆ กลับเป็นผู้สอนพี่มากกว่านะ” เพราะประสบการณ์ครูอาสาวิชาชีวิตที่ได้กลับมามีค่าในความทรงจำมาก

51791848ce4c7301963_10151492598169504_2138198731_n

ฉันรู้จัก โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ครั้งแรก ประมาณปลายปี ๒๕๕๖ จากเว็บไซต์ของ ธนาคารจิตอาสา ที่แชร์ภารกิจจิตอาสารับสมัคร ครูอาสาวิชาชีวิต ณ ปูทะเลย์มหาวิชชาลัยมาบเอื้อง

ด้วยความที่เป็นลูก “ครู” แต่กำเนิด ทำให้ฉันสนใจสมัครภารกิจนี้ แต่เพราะเคยเป็นแค่ “ศิษย์” ไม่คิดจะได้เป็น “ครู” สอนใคร แล้วฉันจะเอาวิชาอะไรไปสอน คำตอบนั้นมีให้อยู่แล้วในรายละเอียดงานอาสาที่ว่า ครูอาสาจะสอนวิชาอะไร

52b6fce946f3fS__15253513

คำตอบคือ “สอนวิชาชีวิต” โดยการร่วมกิน นอน แบ่งปันประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านโลกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการได้ทำสิ่งที่ชอบ หรือความทุกข์ยากลำบากและอุปสรรคจากปัญหาที่ได้ประสบมา ใช้ชีวิตเป็นพี่เลี้ยง เป็นเพื่อนเด็กๆ นักเรียน ซึ่งอยู่ในช่วงชั้น ป.๔-ม.๒ มีทั้งชายและหญิง จำนวน ๑๑ คน เป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ซึ่งที่พักสำหรับครูอาสานั้น เรียบ ง่าย จะเลือกนอนกับเด็กปู ซึ่งแยกนอนหญิง-ชาย หรือจะหอบที่นอน หมอน ผ้าห่ม ไปนอนในบ้านดินก็ได้

นั่นจึงเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ฉันได้รู้จัก ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

อาจารย์ยักษ์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เป็นผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยรับราชการใกล้ชิดพระองค์ท่านในหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรี กว่า ๑๖ ปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพ ที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแรงบันดาลใจจากแนวคิด “ทฤษฏีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงมาประยุกต์ให้ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดอย่างพอเพียงได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตก หันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมา เพื่อเน้นการทำการเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย

1005233_566211603436434_1881694066_n

โดยการดำเนินงานครั้งแรกเริ่มที่ อาจารย์ยักษ์ลงมือทำเอง จากการผลิตเอ็นไซม์สมุนไพรธรรมชาติใช้กันเองในนาข้าว พืชชนิดอื่นๆ ทั้งพืชผักและไม้ผล รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย โดยทำการทดลองที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนำประสบการณ์ที่ปฏิบัติจริงไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกรกว่า ๕๐ จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ

สำหรับ โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย พระ และ ครู กู้แผ่นดิน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต ๑ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑๘ (ชลบุรี-ระยอง) ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ใน “พระมหาชนก” ว่า ถ้าหากจะฟื้นฟูต้นมะม่วงจะต้องตั้งปูทะเลย์มหาวิชชาลัย มีเป้าหมายหลักสำหรับนักเรียน ๔ ประการ คือ

๑. เป็นคนดีมีระเบียบวินัย
๒. สามารถพึ่งตนเองได้
๓. เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
๔. กตัญญูกตเวที

528b6e3789e87IMAG0763

โดย อาจารย์ยักษ์ ได้นิมนต์ หลวงพ่อสังคม ธนปัญโญ รองเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการก่อตั้งโรงเรียนและจัดการศึกษา ศูนย์การเรียนวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มาร่วมก่อตั้ง โรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนและเยาวชน ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริงตามศาสตร์พระราชา

—————————————————————

ที่มาข้อมูลประกอบการเขียน :
http://www.agrinature.or.th/
http://pootalaewishshalai.wordpress.com/
http://www.jitarsabank.com/event/view/589
http://watdoiphasom.com

ขายของบริจาคที่ตลาดนัดบ้านพักพิงฯ

เขียนโดย : ฤตี จุลกะเศียน (นักเขียนอาสา ธนาคารจิตอาสา)

จากชีวิตประจำวันหลายปีที่ผ่านมา ฉันรู้จัก แมคโดนัลด์ ครั้งแรกในฐานะร้านอาหารบริการด่วน ที่มีชื่อด้านแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งมาเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๒๘ แต่มารู้จัก มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ครั้งแรก เมื่อเข้าไปค้นหาภารกิจจิตอาสาในเว็บไซต์ของธนาคารจิตอาสา  จึงพบงานอาสา ตลาดนัดบ้านพักพิงฯ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

รายละเอียดงานอาสาหลักๆ คือ การช่วยจัดร้าน จัดสินค้าที่ได้รับบริจาค, ช่วยรับบริจาคซื้อสิ่งของต่างๆ ในร้าน, ร่วมบริจาคสิ่งของเหลือใช้และเสื้อผ้ามือ ๒ และร่วมบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก นับว่าเป็นการเปิดโอกาสและให้ทางเลือกอาสาค่อนข้างหลากหลาย

1240654_10151942069807813_2089825352_n

ฉันถือโอกาสกระจายข่าวบอกบุญไปยังเพื่อนๆ โดยเสนอตัวอาสาไปรับสิ่งของนั้นๆ ตามปลายทางที่เพื่อนๆ สะดวก ซึ่งต่างกระตือรือล้นในการรวบรวมสิ่งของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ามือ ๑, เสื้อผ้ามือ ๒, หนังสือเรียน รวมถึงของใช้กระจุกกระจิก เป็นจำนวนหลายลัง ขนาดเต็มท้ายพาหนะทีเดียว

ใกล้ถึงวันนัดหมาย ตลาดนัดบ้านพักพิงฯ แม้จะระบุว่าไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษและทักษะ แต่ฉันยังอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะรู้สึกตัวเองว่า ไม่มีความถนัดด้านค้าขายเอาเสียเลย เกือบจะผิดนัดเพราะความลังเลนั้น แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจไปตามภารกิจจนได้

เหมือนธรรมะจัดสรร เมื่อฉันพบครูอาสาวิชาชีวิต โรงเรียนปูทะเลย์วิชชาลัย รุ่นเดียวกัน แวะมาเป็นจิตอาสาขายของบริจาคด้วย ทำให้ไม่รู้สึกเคอะเขิน ได้มีโอกาสเรียนรู้ พูดคุย สอบถามประสบการณ์ จนลดความเกร็งลงไปได้มาก และรู้สึกดีใจที่ไม่ได้ตัดสินใจยกเลิกภารกิจอันเนื่องมาจากการมโนภาพไปล่วงหน้าเสียก่อน

10003310_10152310293357813_1836708232_n

จากการสังเกตบรรยากาศการซื้อขายสินค้าในตลาดนัดบ้านพักพิงฯ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของประดับ ของกระจุกกระจิก ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการบริจาคมา ฉันพบว่าคนซื้อ เมื่อรู้ว่ารายได้ที่ขายได้ เพื่อนำไปสมทบมูลนิธิบ้านพักพิงฯ ต่างยินดีและเต็มใจที่จะซื้อ โดยไม่ค่อยมีใครต่อราคาด้วย ในส่วนของอาสาขายของก็ไม่มีใครอยากขายของแพง

1233492_10151942068822813_212719503_n

ฉันมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิฯ ทำให้ได้ทราบว่า บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ ปัจจุบันมี ๒ แห่งคือ บริเวณชั้น ๖ ตึกมหิตลาธิเบศร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ

เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ ให้มีที่พักที่มีมาตรฐาน โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย เว้นแต่จะบริจาคตามกำลังความสามารถและจิตศรัทธา

เพื่ออำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ต้องเดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด

เพื่อผ่อนคลายความทุกข์ของครอบครัวผู้ป่วย ในการหาที่พักพิงในภาวะวิกฤต ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถพักแรมเป็นเวลานาน และสภาวะทางจิตใจในระหว่างที่เด็กรักษาตัวในโรงพยาบาล

1380163_10151987285712813_361995758_n

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ นอกจากจะเป็นผู้ให้กับหลายๆ องค์กรแล้ว ยังเป็นผู้รับด้วยการเปิดหลายช่องทางสำหรับการสนับสนุน ระดมทุนช่วยเหลือมูลนิธิฯ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกระจาย เผยแพร่ข่าวสาร, บริจาคเงินในกล่องรับบริจาคตามสาขาของแมคโดนัลด์, รับบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง, รับบริจาคออนไลน์ ATM หรือคะแนนสะสมจากบัตรเครดิต รวมทั้งยังเชิญชวนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยงานกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของมูลนิธิ

จากประสบการณ์ไม่มากนักจากงานอาสา (มือใหม่) หลากหลายประเภท ฉันพบอารมณ์หนึ่งแทบทุกครั้งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ คือการพบว่าขณะที่ทำหน้าที่ “ให้” ฉันมักจะได้ “รับ” กลับมาแทบทุกครั้ง

ขอบคุณ “จิตอาสา” ทุกดวงค่ะ

————————————————————————–

ที่มาข้อมูลประกอบการเขียน :